วันอังคารที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2565

พรบ.คอมพิวเตอร์

                                                                  

                                                                    พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์


พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ คืออะไร

พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ฉบับล่าสุด เป็นกฎหมายที่ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โน็ตบุ๊ค สมาร์ตโฟน รวมไปถึงระบบต่าง ๆ ที่ถูกควบคุมการกระทำระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็น พรบ คอม ที่ออกมาเพื่อป้องกัน และควบคุมการกระทำผิดที่จะเกิดขึ้นได้การใช้คอมพิวเตอร์ หากผู้ใดกระทำผิดก็จะต้องได้รับการลงโทษตามที่ พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ 2560 กำหนดไว้

cr. https://ragnar.co.th/what-is-the-computing-act/


พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีกี่ฉบับ

ประเทศไทย มี พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มาแล้ว 2 ฉบับ คือ ฉบับแรก ปี 2550 และ ฉบับสอง ปี 2560 โดยฉบับที่ใช้งานปัจจุบัน คือ ฉบับปี 2560

ความแตกต่างสำคัญระหว่างฉบับปี 2560 กับ 2550 คือ แก้ไขมิให้ “ความผิดหมิ่นประมาท” เป็นความผิดตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ อีกต่อไป

เพราะในอดีต ความผิดหมิ่นประมาท ถือว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งกฎหมายระบุว่า ไม่สามารถยอมความได้ ดังนั้นแม้ต่อมา คู่ความจะเจรจายอมความสำเร็จ หรืออยากถอนฟ้อง ศาลก็ไม่สามารถใช้ดุลพิจนิจที่จะไม่ลงโทษคู่ความได้ ส่งผลให้มีคดีฟ้องร้องขึ้นศาลจำนวนมากและเกิดปัญหาทางปฏิบัติ

เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว จึงมีการนำ “ความผิดหมิ่นประมาท” ออกจาก พรบ คอมพิวเตอร์ แต่ไปบังคับใช้ด้วยประมวลกฎหมายอาญาแทน ทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น


                   ข้อควรรู้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 2560

cr.https://dla.wu.ac.th/th/archives/1028



พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560



cr. http://www1.ldd.go.th/web_enactment/enact2560.html

พรบ.คอมพิวเตอร์2560 ฉบับเข้าใจง่าย


                                                cr. https://www.youtube.com/watch?v=LwMSsneKuzc

               ความแตกต่างระหว่างพรบ.คอมพิวเตอร์2550/2560

                                                
                                                cr. https://www.youtube.com/watch?v=0RGa8qgsb3c


                     กรณีศึกษาเกี่ยวกับความผิดพรบ.คอมพิวเตอร์


รวบหนุ่มแสบหลอกเจ้าของรถที่ถูกโจรกรรมโอนเงินเข้าบัญชี เพื่อไถ่รถคืน สารภาพจะค้นหาข้อมูลรถหาย และหมายเลขโทรศัพท์เจ้าของรถผ่านเว็บกูเกิล เมื่อรู้เบอร์และลักษณะรถจะโทรโน้มน้าวจนเหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้ 6 หมื่น ถึง 1.5 แสนบาท เมื่อได้เงินจะปิดมือถือหนีทันที ขณะแถลงข่าวมีลูกทีม ปชป.สูญ 7 หมื่น มาชี้ตัวผู้ต้องหาเหตุถูกหลอกด้วย  

สรุปข่าว  คนร้ายรายนี้มีพฤติการณ์การทำผิดโดยติดตามข่าวสารรถหายจากทางสื่อทีวีว่ามีรถหายที่ไหนบ้างและจะค้นหาข้อมูลรถหายและหมายเลขโทรศัพท์เจ้าของรถที่แจ้งหายที่ลงประกาศไว้ในอินเทอร์เน็ต โดยค้นหาในเว็บไซต์กูเกิล ระบุคำว่า “รถหาย” ก็จะปรากฏชื่อเบอร์โทรศัพท์เจ้าของรถและลักษณะของรถอย่างละเอียด จากนั้นผู้ต้องหาจะโทรศัพท์เข้าไปหาผู้เสียหายแต่ละรายโดยบอกว่าตอนนี้รถที่หายไปนั้นอยู่กับตนเองแล้ว มีคนนำมาจำนำไว้ พร้อมบอกรายละเอียดของรถได้อย่างถูกต้อง หากเจ้าของรถอยากได้รถคืนก็ให้โอนเงินเข้าบัญชีจำนวน 60,000-150,000 บาท ซึ่งแล้วแต่กรณี โดยยืนยันจะนำรถไปคืนไว้ตามจุดที่มีการนัดหมายกัน โดยมีการพูดโน้มน้าวให้โอนเงินเข้าบัญชีของคนร้ายก่อน มิฉะนั้นจะไม่คืนรถให้ ซึ่งมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อโอนเงินให้ไปก่อน เมื่อได้เงินเรียบร้อยแล้วก็จะปิดโทรศัพท์มือถือทันที กว่าที่เหยื่อจะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็สายเกินไปแล้ว  

ที่มา : http://www.thaiday.com/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9540000070072





PDPA คือ อะไร ?

PDPA คือ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งเป็นกฎหมายที่ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของทุกคน รวมถึงการจัดเก็บข้อมูลและนำไปใช้โดยไม่ได้แจ้งให้ทราบ และไม่ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลเสียก่อน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (Personal Data Protection Act: PDPA) คือกฎหมายใหม่ที่ออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาการถูกล่วงละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน เช่น การซื้อขายข้อมูลเบอร์โทรศัพท์และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ โดยที่เจ้าของข้อมูลไม่ยินยอม ที่มักพบได้มากในรูปแบบการโทรมาโฆษณา หรือล่อลวง

โดยกฎหมายนี้ได้เริ่มบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 2565 เป็นกฎหมายที่ให้ความคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ รูปถ่าย บัญชีธนาคาร อีเมล ไอดีไลน์ บัญชีผู้ใช้ของเว็บไซต์ ลายนิ้วมือ ประวัติสุขภาพ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถระบุถึงตัวเจ้าของข้อมูลนั้นได้ อาจเป็นได้ทั้งข้อมูลในรูปแบบเอกสาร กระดาษ หนังสือ หรือจัดเก็บในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้

PDPA มีความเป็นมาอย่างไร ?

กฎหมาย PDPA เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากกฎหมายต้นแบบอย่างกฎหมาย GDPR (General Data Protection Regulation) ซึ่งเป็นกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรป วัตถุประสงค์ของการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีทำการแฮ็กข้อมูลหรือละเมิดความเป็นส่วนตัวเพื่อข่มขู่หวังผลประโยชน์จากทั้งจากตัวเจ้าของข้อมูลเองหรือจากบุคคลที่ดูแลข้อมูล

PDPA สำคัญอย่างไร ?

ความสำคัญของ PDPA คือการทำให้เจ้าของข้อมูลมีสิทธิในข้อมูลส่วนตัวที่ถูกจัดเก็บไปแล้ว หรือกำลังจะถูกจัดเก็บมากขึ้น เพื่อสร้างความปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้แก่เจ้าของข้อมูล โดยมีสิทธิที่สำคัญคือ สิทธิการรับทราบและยิมยอมการเก็บข้อมูลส่วนตัว และสิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว คัดค้านและเพิกถอนการเก็บและนำข้อมูลไปใช้ และสิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูลส่วนตัว


cr. https://pdpa.pro/blogs/in-summary-what-is-pdpa

วันอังคารที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2565

What is Blog


ความรู้เรื่อง Blog


Blog คืออะไร ?


Blog คือ เว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่เอาไว้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่จะมาใส่ในเว็บไซต์ของเรานั่นเอง เป็นคำศัพท์ย่อมาจาก Web Log ถ้าพูดเร็วๆก็จะเป็น Web Blog แต่คนขี้เกียจเรียกเลยตัดให้มันสั้นๆ เป็น Blog นั่นเอง ตัวอย่างเช่น เรามีเรื่องราวท่องเที่ยว วันนี้เราอาจจะลงบทความเที่ยวเกาหลี EP1 พรุ่งนี้เราอาจจะลงบทความ เที่ยวเกาหลี EP2 เป็นต้นครับ เราเน้นการเขียนบทความ เมื่อเราทำ Blog


Blog คือ เว็บไซต์ประเภทหนึ่ง

ซึ่งการทำ Blog ก็คือการทำเว็บนั่นเอง แต่เน้น ให้ความสะดวกแก่ผู้อ่าน ในการอ่านบทความนั่นเองครับ



Blog ทำยากหรือไม่?

การทำ Blog นั้นไม่ยากเลย เพราะว่า Blog ก็คือการทำเว็บไซต์ประเภทหนึ่งที่เอาไว้เล่าเรื่องราวของเราให้ผู้อ่าน หรือผู้ติดตามได้รับชมนั่นเอง การเล่าเรื่องราวที่ว่านี้ก็ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ การพิมพ์ หรือการเขียนบทความ และการอัพโหลดรูปภาพเข้าไป เพียงเท่านี้เราก็ทำ Blog ได้แล้ว

แต่สาเหตุที่หลายๆคนบอกว่าการทำ Blog นั้นยากก็เพราะว่าเราไปโฟกัสที่การทำ Blog ให้สวยทำอย่างไร ทำให้มี pop up ได้ไหม ทำให้มี slider ได้หรือเปล่า การที่มือใหม่ไปโฟกัสในเรื่องของเทคนิค จึงทำให้เรามีความรู้สึกว่า การทำบล็อค หรือเวบของเราดูยากขึ้นมาทันที เพราะเรื่องของเทคนิค จะต้องเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยประสบการณ์ที่มี จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆได้ หรือทำในสิ่งที่เป็นเทคนิคได้ ดังนั้นการเริ่มต้นของการทำ blog ควรเริ่มต้นไปที่เนื้อหาก่อน เพราะอย่างไรแล้วคนส่วนใหญ่มักจะอ่าน Blog ผ่านมือถือ และเพราะด้วยมือถือมันมีพื้นที่จำกัดเราจึงเห็นว่าลูกเล่นต่างๆของ Blog มันจึงคล้ายๆกันนั่นเอง

Blog ทำแล้วมีค่าใช้จ่ายไหม?

ในระยะเริ่มต้นของการสร้างบล็อค เราสามารถสร้างได้ฟรี และใช้งานได้ตลอดชีวิตเลยครับ แต่หากในอนาคตเราเริ่มเก่งและอยากเริ่มขยายแพลทฟอร์ม อยากให้เว็บของเรามีลูกเล่นมากขึ้น เมื่อถึงตอนนั้นก็ถึงคราวที่เราต้องยอมลงทุนควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อให้ได้สิ่งที่ดีขึ้นครับ

Blog สร้างรายได้เสริมได้ไหม? หรือ Blog สร้างรายได้เสริมได้จริงไหม?

ผมจะขอเล่าจากประสบการณ์ตรงของผม เมื่อ 10 กว่าปี ที่แล้ว ผมเริ่มสร้าง Blog ครั้งแรก และผมใช้เวลาถึงปีกว่า กว่าจะมีรายได้เสริมก้อนแรกจากการทำ Blog สาเหตุก็คือเทคโนโลยีในสมัยนั้นยังไม่ดีเหมือนตอนนี้ กว่ากูเกิลจะอัพเดทอัลกอลิธึม หรือกว่าจะอัพเดทผลการค้นหา การเปลี่ยนแปลงต่างๆใช้เวลากว่าหกเดือนถึงหนึ่งปี และผมก็เขียนๆ หยุดๆ

แต่อยู่มาวันหนึ่งผมก็เข้าไปเช็ครายได้ที่ กูเกิล แอดเซนส์ (Google AdSense) ปรากฏว่ามีรายได้เข้ามา 10 เซน เพียงเท่านี้เอง ทำให้ผมมีแรงจูงใจ หลังจากนั้นผมก็ทำต่อเนื่อง และค่อยๆมีรายได้เข้ามามากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆก็ก้าวหน้าขึ้นมาก หากจะสร้างรายได้ และทำอย่างจริงจัง ทำอย่างตั้งใจ ผมเชื่อว่าคงใช้เวลาไม่นาน ก็สามารถสร้างรายได้ได้แน่นอน

ทำ Blog เรื่องอะไรดี?


แม้ในปัจจุบันจะมี Blog จำนวนมากมาย และน่าจะครอบคลุมเรื่องราวหลายอย่างในโลกนี้แล้ว แต่เราก็ไม่ต้องตกใจ เพราะใครๆก็สามารถก็สามารถทำ Blog ที่มีความสนใจเดียวกันได้ ขอแค่อย่าไป copy เขามา เราต้องทำเอง เขียนเรื่องราวด้วยตัวเอง

เรื่องที่เราควรเลือกมาทำ Blog ควรเป็นเรื่องที่เราสามารถอยู่กับมันได้นานๆ คือ เราสามารถอยู่กับสิ่งไหนได้นานที่สุดและไม่รู้สึกเบื่อ อาจมีบางสิ่งที่เราคิดว่าชอบ แต่เมื่อลองทำจริงๆแล้ว เรากลับอยู่กับมันได้ไม่นาน วิธีพิสูจน์ง่ายๆก็แค่ลองทำสิ่งนั้นๆต่อเนื่องกันนานๆแล้วเรารู้สึกว่าเบื่อไหมนั่นเอง อีกเหตุผลที่ควรเลือกเรื่องมาทำ Blog คือ สิ่งนั้นๆที่เราจะเขียนจะสามารมอบอะไรให้กับผู้อ่าน ผู้อ่านๆแล้วเขาได้ประโยชน์อะไร


สมัครใช้งาน Blogger ทำอย่างไร?


การสมัครใช้งาน Blogger นั้นง่ายนิดเดียว อันดับแรกเราต้องมีอีเมล์ของ gmail ก่อนนะครับ อีเมล์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น yahoo , hotmail อันนี้ใช้งานกับ Blogger ไม่ได้นะครับ จากนั้นให้ทำการ login gmail แล้วทำการเพิ่ม tab โดยการคลิกเครื่องหมายบวกตรง Tab Bar


แล้วพิมพ์คำว่า Blogspot.com ในช่องค้นหา แล้วกด enter ก็จะเข้าสู่ Platform ของ Blogger แล้วครับ


จากนั้นให้เราลงชื่อเข้าใช้ หรือ login ซึ่งระบบจะทำการ login ให้เราอัตโนมัติเพราะเราใช้งาน gmail อยู่แล้ว


คลิกที่ gmail ของเราที่จะใช้ในการสร้าง Blog จากนั้นให้ป้อนรหัสผ่าน และกดปุ่มถัดไป


ทำการสร้างโปรไฟล์ของเรา ในช่องชื่อที่แสดง ให้ใส่ชื่อ Blog ที่เราต้องการให้คนอื่นเห็น แล้วคลิกที่ปุ่ม ดำเนินการต่อไปยัง Blogger


จากนั้นก็จะปรากฏหน้าต่างทำงานของ Blogger ให้เรากดที่ปุ่ม สร้างบล็อคใหม่


ต่อมาใส่หัวข้อของ Blog ว่าบล็อคของเราจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ในช่องที่อยู่ก็ให้เราใส่ว่าจะใช้ URL เป็นอะไร หากเราพิมพ์แล้วปรากฏเครื่องหมายตกใจแสดงว่า URL นี้ใช้ไม่ได้ แต่ถ้าขึ้นเครื่องหมายถูกแสดงว่า URL นี้ใช้ได้ครับ จากนั้นทำการเลือกธีม หรือ Template ที่เราชอบ และกดปุ่ม สร้างบล็อค


จากนั้นก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาว่าสนใจจะซื้อโดเมนไหม? เรายังไม่ต้องซื้อนะครับเราจะใช้ของฟรีไปก่อน ให้กดที่ปุ่ม ไม่เป็นไร


และนี่ก็คือวิธีการสร้างblogแบบง่ายๆ

credit: https://palamike.com/blog-basics/#toc-1

ต่อด้วย                        
วิธีการใส่เพลงใน Blog

วิธีสร้าง Music player

1.พอเปิดขึ้นมาก็จะมีหน้าตาแบบนี้


2.ให้ทำการเลือกสกินแบบที่ชอบ

3.ไปที่ Edit Playlist 


4.จะมีหน้าตาแบบนี้


5. กรอกรายละเอียดลงไป  -ชื่อ > ชื่อของเพลง 

URL > ลิ้งค์ของเพลง เอามาจาก Youtube ก็ได้

6. จากข้อ 5 จะได้เป็นดังนี้

จะใส่กี่เพลงก็ได้

7. เมื่อเลือกเพลงได้แล้วก็ไปที่ Configure Settings


8.มีเมนูดังนี้

เพิ่มเติม


  -เล่นเพลงอัตโนมัติ  > ส่วนใหญ่ผู้ชมบล็อก จะไม่ชอบเล่นเพลงอัตโนมัติ
 

  -อยู่บริเวณใดของบล็อก  > เช่นเราจะให้อยู่เฮดบล็อกอะไรแบบนี้ > Top บน > Bottom ล่าง

  -แสดงเพลย์ลิส  > แสดงรายชื่อเพลง ที่เราเลือก สามารถเลือกฟังได้ (จะแสดงอยู่แถบข้างขวา)

  -เสร็จสิ้น > ง่ายๆเลย ถ้าทำเสร็จแล้ว ให้กดปุ่มนี้เพื่อรับโค้ดไปใส่บล็อก


                                            วิธีการนำ Music Player ใสฺ่ Blog

1. หลังจากที่ได้กดปุ่ม Done แล้วจะมีหน้าตาดังนี้


2. ให้ทำการ Copy โค้ดที่ได้มาเอาไว้

3.ให้ทำตามขั้นตอนดังนี้
      -ไปที่หน้าจัดการและแก้ไขบล็อก และไปที่รูปแบบ


4. เลือกเพิ่ม Gadget (จะเพิ่มตรงไหนก็ได้)

5. เลือก HTML/ จาวาสคริปต์


6. ชื่อ > -ไม่ต้องใส่
             -วางโค้ดลงไป                          
             -กด บันทึก 



Credit: http://bellnaruk22.blogspot.com/2012/04/blog-post_06.html


นำวิดีโอจาก youtube มาใส่ใน Blogger

                          

                       credit: https://youtu.be/55zi6eG6gFQ 





      การใส่โค๊ดเมาส์ ลงใน blogger

 credit: https://youtu.be/RczXWKJbw70 



การใส่ Template

 

credit: https://youtu.be/1Fy1Nudvhfc


การใส่ปฏิทินในBlogger








กิจกรรม 6 ข้อมูลสำหรับทำโครงงาน

 กีฬาแบดมินตั้น แบตมินตั้น           แบดมินตัน นับได้ว่าเป็นกีฬาอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นกีฬาที่ใช้...